| chanchai's profiletheballPhotosBlogLists | Help |
|
January 28 amelie : เรื่องรักของนักฝันamelie : เรื่องรักของนักฝัน
แทนที่หนังจะให้คนดูทำความรู้จักตัวละครผ่านทางการใช้ชีวิตของเขา ให้คนดูรู้จักบ้าน ครอบครัว คนรักของเขา หนังกลับให้เรารู้จักตัวละครผ่านทางสิ่งที่เขาชอบ ไม่ชอบ นิสัยประจำตัวเล้กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันของพวกเขา ความละเอียดอ่อนอเล็กๆน้อยๆของชีวิตที่แม้แต่เจ้าของชีวิตเองก็อาจมองข้ามไป เนื่องเพราะนั่นเป็นวิธีอเมลีหญิงสาวนักฝันทำความรู้จักผู้อื่น เราอาจทำความรู้จักคนจากชื่อ จากงานที่เขาทำ เราจึงมักรู้ได้ว่าคนคนนี้เป็นใคร มากกว่าคนคนนี้เป็นอย่างไร หากลองมองย้อนกลับไปยังคนที่เรารู้จักด้วยมุมมองของอเมลี บางทีเราอาจเข้าใจผู้คนเหล่านั้นได้มากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับวิธีการบรรยายบรรยากาศรอบๆ ซึ่งไม่ได้มุ่งบอกว่าฝนตกหรือแดดออก หรือเมืองนี้อยู่ที่ไหนในโลก ร้านกาแฟนั้นตั้งอยู่ที่ไหน หากแต่บอกว่า ณ.วินาทีนั้น มีอะไรเกิดขึ้น แก้วสองใบเริงระบำ มีคนไปงานศพ มีคู่รักถึงจุดสุยอด มีคนรู้แจ้งเรื่องเซลล์ประสาทในสมองเขา การได้รับรู้ความเชื่อมโยงของเราเข้ากับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ ช่วยให้เราตระหนักถึงความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นๆและกับโลก และนี่กระมังความวิเศษของนักฝัน
และโดยแท้จริงแล้วตัวละครทุกตัวในหนังล้วนแต่เป็นนักฝัน ที่ขังตัวเองเอาไว้ในโลกฝันสีเขียวเหลืองเรืองรองของเมืองปารีส หนังย้อมสีฟิลม์ และใช้เอฟเฟคต์ต่างๆเมื่อเพิ่มเสริมความเป็นโลกฝันได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะฉากที่อเมลีกลายเป็นน้ำ หรือรูปภาพในห้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเธอ โลกของอเมลีที่มีแต่การทำดีด้วยแผนประหลาด โลกใอัลบั้มรูปถ่ายของนีโน โลกในรูปวาดเรอนัวร์ของ คุณ ดูฟาเยล โลกหลังการเลิกราของคุณนายเวลล์ โลกในบ้านของพ่อของอเมลี โลกที่เต็มไปด้วยเจ็บปว่ยของจอร์เจต ทุกตัวละครในเรื่องเลือกจะเพิกเฉยกับโลกจริงๆ และเอาแต่อาศัยอยู่ในนั้นเพราะเชื่อว่ามันปลอดภัย แม้จะยากลำบากแต่ก็ดีกว่าต้องอกไปผเชิญกับโลกจริงๆ อเมลีอาจช่วยให้ทุกคนหลุดออกมาจากโลกฝันเพื่อเดินหน้าต่อไป แต่เธอเองต้องการคนช่วยเหมือนกัน และเพราะนักฝันมักฝันเพื่อหลบหนีความจริงอันเศร้าสร้อย นักฝันจึงไม่ได้ต่างอะไรกับ เด็กหลงทาง ที่เคว้งคว้างอยู่บนโลกจริง ห่อหุ้มตัวเองด้วยความฝันที่ยิ่งฝันยิ่งเหงา
มีบางคนเคยพูดกับผมหลังหนังจบว่า ไม่มีใครในหนังเดินได้เองสักคน ทุกคนต้องการความช่วยเหลือที่ตะสร้างสมดุลของโลกจริงกับโลกฝัน ผมพาลคิดไปถึงตัวเองและเราทุกคน ใช่หรือไม่ว่าแม้แต่เราเองการสร้างสมดุลในโลกจริงกับฝันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีเพื่อน มีครอบครัว และมีความรัก มีแต่ความสัมพันธ์แบบนี้เท่านั้นที่จะโอบถนอมโลกฝันให้สุกปลั่งเหมือนสีในหนัง และให้กำลังใจเราต่อสู้กับโลกจริงเหมือนภาพขาวดำในทีวีของอเมลี
จริงๆแล้วโลกนี้ควรเต็มไปด้วยเรื่องเศร้า หากมองย้อนกลับไป มีสงคราม มีความอดอยาก มีโรคร้าย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
Comments (4)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://theball.spaces.live.com/blog/cns!BA395162BA8094E0!584.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|