chanchai's profiletheballPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 16

    สถาปัตยกรรมในหนังของ David Fincher

        สถาปัตยกรรมในหนังของ David Fincher                                               

         ผู้กำกับชื่อดัง David Fincher กับผลงานหนังที่เป็นที่รู้จักมากมายในวงกว้าง ซึ่งถ้าจะมองในแง่รายละเอียด จะพบได้ว่าหนังของเขานั้นมักจะแทรกความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร กับ SPACE และสถาปัตยกรรม ให้มีความสัมพันธ์ เกี่ยวโยง และสะท้อนสภาวะของตัวละครในขณะนั้นอยู่เสมอ
         David Fincher เกิดเมื่อปี คศ 1962 ที่เมือง เดนเวอร์ โคโลราโด แต่ไปเติบโตที่เมือง LA เมื่ออายุ 18 ด้วยพรสวรรค์ในการเขียนรูปด้านศิลปะ และการชอบดูหนัง เขาจึงเข้าสมัครเป็นพนักงานที่ ILM (Industrial Light and Magic) ที่ทำงาน Special Effect ให้กับหนังดังๆ มากมาย และด้วยความสามารถที่เปี่ยมล้น เมื่ออายุได้ 25 ก็ได้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาร่วมกับเพื่อนๆ ร่วมทำมิวสิควิดีโอให้กับศิลปินอย่าง มาดอนน่า, แอโรสมิธ, จอร์จ ไมเคิล ฯลฯ และเป็นที่มาให้เขาได้เข้าสู่การเป็นผู้กำกับหนังเรื่องแรก คือ Alien 3 ในปี 1992
     
    •      นับตั้งแต่หนังเรื่องแรก David Fincher ก็แสดงความเป็นอัจฉริยะในการสร้างสถานการณ์ของตัวละคร และการใช้ฉาก และที่ว่างในการสื่อความหมายของหนังได้อย่างชาญฉลาด ใน Alein 3 นี้เขาใช้ฉากของดาวเล็กๆที่เต็มไปด้วยนักโทษชายและความเชื่อทางศาสนา เขาใช้ฉากและสถาปัตยกรรมสื่อถึงความหมายในเชิงลึกได้อย่างน่าสนใจ เช่นในฉากที่เอเลี่ยนบุกเข้ามาทำร้ายเหล่านักโทษชายในโรงอาหาร ขณะที่พวกเขากำลังสวาปามอาหารและนินทาว่าร้ายกันเอง ก็สื่อนัยความคิดทางศาสนาในเรื่องบาปและตันหา หรือในฉากอุโมงค์ เขาก็แสดงให้เห็นว่า เหล่านักโทษนี้เหมือน หนู ที่กำลังจะติดกับดักของตัวเอง เหล่านี้เป็นการเริ่มต้นงานหนังเรื่องแรกได้อย่างน่าจับตามอง

     

    •      David Fincher มาถึงจุดสูงสุดครั้งแรก ในหนังเรื่องที่สองของเขา Se7en ในปี 1995 ในเรื่องนี้เองที่เขาฉายแววของการเป็นนักเล่าเรื่องที่ชวนเขย่าขวัญ โดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นตัวบีบบังคับอารมณ์ของคนดู และสื่อนัยถึงสภาวะของตัวละครนั้นๆ รวมถึงความชาญฉลาดในการใช้บรรยากาศ รวมทั้งการใช้แสงและเสียงประกอบ เหมือนกับการสร้างสถาปัตยกรรมและที่ว่าง ให้คนดูได้รู้สึกถึง SPACE นั้นได้อย่างเต็มที่ ในเรื่อง Se7en นี้ David Fincher ได้กำหนดฉากให้กับตัวละครแตกต่างกันออกไป เช่น บ้านของตำรวจ David Mills (Brad Pitt) ก็จะมีเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่ตลอดเวลา รวมถึงนิสัยของ Mills ที่เป็นคนมีอารมณ์รุนแรง มีความโกรธเกรี้ยว ซึ่งเป็นบาปข้อนึงในเจ็ดข้อ (ซึ่งเป็นเหตุเป็นผล เป็นการปูพื้นฐานทางอารมณ์ให้ตัวละครตัดสินใจฆ่าฆาตกรในตอนท้าย) หรือในฉากบ้านของฆาตกร ที่เต็มไปด้วยหนังสือ สมุดบันทึกและภาพถ่าย เขาก็สามารถทำออกมาได้อย่างแนบเนียนและเชื่อได้ว่าเป็นบ้านของคนผิดปกติ อย่างแท้จริง 
           การใช้แสงและเสียงประกอบใน Se7en นั้น ก็ทำให้สถาปัตยกรรมในฉาก แสดงบรรยากาศออกมาได้อย่างสมบูรณ์ Fincher เลือกใช้แสงในบรรยากาศของหนังแบบอย่าง German Expressionism และ Film Noir มาใช้ ได้อย่างปราณีต และโดยเฉพาะเสียงประกอบที่ใช้ในการสร้างอารมณ์ของฉากและสื่ออารมณ์ของตัวละครไปได้พร้อมๆกัน อย่างเช่น การใช้เสียงพูดและเสียงประกอบของนายตำรวจ William Somerset (Morgan Freeman) ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์และใจเย็น เขาจะเป็นผู้ที่ใช้เสียงในระดับต่ำและราบเรียบ (ซึ่งรวมถึงเสียงในอากัปกิริยาต่างๆ แม้กระทั่งเสียงขูดเบาๆบนผนังประตูห้องทำงานของเขาในตอนต้นเรื่อง ก็ทำให้เขารำคาญได้) แตกต่างกับ David Mills ที่มักจะทำเสียงดัง สร้างความรำคาญและตกใจให้กับคนดูอยู่เสมอ เหล่านี้เป็นการชี้อารมณ์และสภาวะของตัวละครได้เป็นอย่างดี
     
    •      หนังเรื่องต่อมาของ Fincher คือ The Game ในปี 1997 ซึ่งเป็นหนังที่มีจุดเด่นในการพลิกเรื่องในตอนท้าย แต่ก็ยังแฝงด้วยบรรยากาศและฉากที่อึมครึม ซ่อนเงื่อน ในแบบฉบับที่ผู้กำกับถนัด ในเรื่องนี้สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยน SPACE ให้กับตัวละครได้อย่างชาญฉลาด ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ในตอนท้ายเรื่องที่ Nicholas Van Orton (Michael Douglas) เสียใจที่ยิงน้องชายของเขาเอง จึงกระโดดลงมาจากตึกระฟ้า จากที่ที่เขาเคยเกี่ยวพันอยู่ (สื่อนัยถึงธุรกิจและการเงินที่เขาวนเวียนอยู่ด้วยทั้งชีวิต จนไม่มีเวลาให้สิ่งอื่นๆ) ลงมาสู่เบื้องล่าง ที่เป็นงานเลี้ยง เต็มไปด้วยเพื่อนสนิทของเขา และเหล่านักแสดงที่พาเขาผจญภัยมาตลอดทั้งเรื่อง (สื่อนัยถึงความต่ำต้อย แต่มีความสนุกสนาน และเต็มไปด้วยสีสันของชีวิต) เหล่านี้เป็นการสื่อความหมายโดยใช้ SPACE, SCALE และ สถาปัตยกรรมได้อย่างสมบูรณ์
    •      และแล้วในปี 1999 หนังที่อื้อฉาวที่สุดของ David FIncher ก็ถูกสร้างออกมา Fight Club เป็นการสื่อนัยถึงสถาปัตยกรรมโดยตรงที่สุด การวิพากษ์วิจารณ์ความเป็นมนุษย์ การเอารัดเอาเปรียบ การแก่งแย่ง และการอยู่ร่วมกันอย่างมีอุดมการณ์ในสังคมทุนนิยม ถูกถ่ายถอดออกมาอย่างดิบเถื่อนและรุนแรง Fincherได้ใช้สถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงในทางกายภาพ (นั่นคือ สังคม) มาเป็นตัวถ่ายทอดถึงการอยู่ร่วมกันแบบเหนือจริง สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมายในภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนและประชดประชันต่อการดำรงชีวิตในสังคมทุนนิยม อย่างคอนโดมิเนี่ยมหรูหราของ ตัวดำเนินเรื่อง (Edward Norton) ที่ตกแต่งเต็มไปด้วยสิ่งของตามโบรชัวร์สินค้า สะท้อนภาพของคนที่ติดอยู่ในระบบทุนนิยมได้อย่างตรงไปตรงมา หรือบ้านใหม่ของ Tyler Durden (Brad Pitt) ซึ่งก็คือสิ่งที่อยู่ลึกๆภายในจิตใจของเขา ที่ต้องการอิสระภาพในการดำเนินชีวิตที่ต่างออกไป และต้องการที่จะเผยแพร่แก่คนอื่นๆที่มีปัญหาร่วมกันกับเขาด้วย Fincher สะท้อน สร้างสรรค์ และทำลายสถาปัตยกรรมของเขาในหนังได้อย่างน่าตื่นเต้น ผู้ชมจะถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในรายละเอียดต่างๆที่หลากหลาย ทั้งรายละเอียดที่มีขนาดเล็กๆอย่างเช่นเส้นประสาท สวิตซ์ไฟฟ้า หรือถูกขยายออกจนกว้างในสัดส่วนของเมืองหรือตึกระฟ้า เขาจงใจที่จะทำลายทุกอณูของที่ว่างเหล่านั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความอึดอัดและอารมณ์ที่รุนแรงของคนในสังคมปัจจุบัน Fight Club เป็นงานที่อาจเรียกว่า เป็นได้ทั้ง ขยะ และ งานชิ้นมาสเตอร์ ในเวลาเดียวกัน
    •      ในปีที่ผ่านมา David Fincher ได้ตอกย้ำถึงความเป็นนักทำหนังที่อิงกับสถาปัตยกรรมและที่ว่าง นั่นคือหนังเรื่อง Panic Room ที่ฉากเปิดเรื่องนั้นเขาสะท้อนแนวความคิดนี้ให้เห็นอย่างเด่นชัด ด้วยการถ่ายภาพบรรดาตึกในนิวยอร์คให้เห็นในมุมต่างๆ อย่างชัดเจน ในเรื่อง Panic Room นี้ การใช้สถาปัตยกรรมนั้นเรียกได้ว่าเป็น พระเอก (เรื่องนี้ไม่มีพระเอก แต่ใช้สถาปัตยกรรมเป็นตัวช่วย นางเอกและลูกสาว แทน) ของเรื่อง บทบาทที่สำคัญล้วนอยู่ภายในห้องนิรภัยนี้ จนต้องถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเรื่องเลยทีเดียว
         ผลงานที่ผ่านมาเหล่านี้ เมื่อเรานำมาพิจารณาในแง่ของศิลปะเชิงสร้างสรรค์ เราก็จะพบว่า David Fincher คือผู้กำกับภาพยนตร์ที่ให้ความสำคัญกับฉาก บรรยากาศ ซึ่งก็คือ การใช้ สถาปัตยกรรมในหนัง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการตรึงคนดูให้เข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ โดยการตีแผ่บรรยากาศให้ผู้ชมได้ซึมซับอย่างมากที่สุด เป็นความพิเศษและพรสวรรค์ส่วนตัวของผู้กำกับคนนี้ และแน่นอนว่า เมื่อหนังเรื่องใหม่ของเขาเสร็จสิ้นลง เราก็ไม่ควรที่จะลืมพิจารณาสิ่งสำคัญที่สุด นั่นก็คือ องค์ประกอบศิลป์ทางสถาปัตยกรรม ที่ประกอบกันได้อย่างน่าสนใจในหนังของ David Fincher

    Comments (2)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    ว่างจัดนะค่ะ bally เอาเวลาไปดูหนังกานดีกว่ามานั่งวิจารณ์มั้ย -*-
    Dec. 4
    stOrywrote:
    พี่ฉันทำไมบ้า... อยย่างงี้หว่า
    Nov. 16

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://theball.spaces.live.com/blog/cns!BA395162BA8094E0!935.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None